Showing posts with label นายอับดลวาหาบ สตันหน็อด 028. Show all posts
Showing posts with label นายอับดลวาหาบ สตันหน็อด 028. Show all posts

Monday, May 23, 2016

ของเล่นจากลูกโป่ง(โฮเวอร์คราฟ)(028)

โฮเวอร์คราฟ




หลักการ

ฮเวอร์คราฟเคลื่อนที่ได้อย่างไร

      เมื่อเป่าลูกโป่งให้โตเต็มที่แล้วปล่อยลมออกทางเดือยที่สวมกับลูกโป่ง ลมจะออก มาทางใต้ฐานของ โฮเวอร์คราฟ ทำให้โฮเวอร์คราฟ ยกตัวขึ้นเพราะอากาศจากลูกโป่ง แผ่ออกระหว่างผิวพื้นกับผิวใต้ฐาน ของโฮเวอร์คราฟ มีผลให้แรงเสียดทานระหว่าง ผิวสัมผัสของฐานโฮเวอร์คราฟกับพื้นลดลง แรงผลักในแนวนอนจึงดันให้โฮเวอร์คราฟ เคลื่อนที่ไปจนกว่าลูกโป่งจะแฟบ



อุปกรณ์

      โฮเวอร์คราฟประกอบด้วยฐานไม้หรือแผ่นพลาสติกลูกฟูกสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือ สามเหลี่ยมด้านเท่ายาวด้านละประมาณ 10 เซนติเมตร ตรงกลางฐานเจาะรูกลมเส้นผ่าน ศูนย์กลางประมาณ 0.5-1เซนติเมตร ใส่เดือยที่มีรูกลวงให้ปลายหนึ่งของเดือยอยู่เสมอ  ผิวด้านล่างของฐาน ส่วนปลายอีกด้านหนึ่ง ให้สูงจากฐานประมาณ 2 เซนติเมตร เพื่อไว้สวมลูกโป่งเข้ากับเดือย



วิธีทำ

      1.  สวมลูกโป่งเข้ากับเดือยบนตัวฐานโดยยังไม่ต้องเป่าลูกโป่ง   ลองเลื่อนโฮเวอร์คราฟ ไปบนพื้นที่มีผิวราบเรียบ (ถ้าได้                   พื้นที่ลื่นยิ่งดี) สังเกตโฮเวอร์คราฟว่าเคลื่อนที่ ได้ดีหรือไม่
       2.  เป่าลูกโป่งแล้วต่อเข้ากับเดือยที่ฐาน ผลักโฮเวอร์คราฟเบาๆ  สังเกตว่าการเคลื่อนที่ เป็นอย่างไรเปรียบเทียบกับครั้งแรก
       3.   ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง ลองเลือกพื้นต่างๆ กัน เช่น พื้นมันเรียบ พื้นขรุขระ และลองวางบนพื้นเอียงราบ            บ้าง


ว่าวกระดาษ(028)


ว่าว





หลักการ

          "ว่าว" จัดเป็นอากาศยานประเภทหนักกว่าอากาศ เพราะลอยตัวอยู่ในอากาศในลักษณะคล้ายคลึงกับเครื่องบิน ว่าวนั้นลอยตัวอยู่ในอากาศได้โดยกระแสลมพัดผลักดันให้เกิดแรงยกที่ตัวว่าว ซึ่งทำมุมเงย (มุมปะทะ) ประมาณ 45 องศา สวนทางกับกระแสลม สายป่านที่ล่ามว่าวอยู่นั้น ดึงรั้งไม่ให้ตัวว่าวหลุดลอยไป และดึงตัวว่าวให้ลอยอยู่บนท้องฟ้าตลอดเวลาที่มีกระแสลมพัดมา ถ้าลมไม่แรงพอว่าวจะทรงตัวอยู่ในอากาศไม่ได้


การทำว่าว

          ว่าวถือว่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เพราะต้องรู้จักคัดเลือกสรรหาวัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการทำ เช่น ไม้ต้องตรง มีน้ำหนักเบา มีความเหนียวทนทาน วัสดุประกอบอื่น ๆ เช่น กระดาษพลาสติก ผ้า และเชือก หรือด้าย ต้องใช้ให้เหมาะสม การทำอุปกรณ์ต่างๆ ต้องละเอียดประณีตมีเทคนิคเฉพาะตัว สัดส่วนของโครงว่าวแต่ละชนิดมีกำหนดเฉพาะ ต้องมีทักษะในการทำ 


 การเล่น

         ต้องรู้จักภาวะของสภาพพื้นที่ภูมิอากาศและกาลเวลา


องค์ประกอบของว่าวที่จะลอยอยู่ในอากาศได้คือ

      1. กระแสลมที่เคลื่อนที่ไปในแนวขนานกับผิวโลกทางใดทางหนึ่ง อย่างสม่ำเสมอ
      2. พื้นที่ให้กำลังยกหรือแรงยกได้แก่พื้นที่ของตัวว่าว
      3. อุปกรณ์บังคับ ได้แก่ เชือกหรือด้ายรั้งว่าว และสายซุง ซึ่งทำหน้าที่ปรับมุมปะทะของอากาศกับพื้นที่ของตัวว่าว                            ทำให้เกิดแรงยกและแรงดัน

มองกระจกแล้วเขียน(028)




มองกระจกแล้วเขียน



หลักการ

     การเขียนตัวหนังสือในกระดาษโดยมองผ่านกระจกเปรียบเสมือนวางวัตถุไว้หน้ากระจกเงาระนาบ เราจะมองเห็นภาพของวัตถุที่เกิดขึ้นในกระจก การมองเห็นภาพของวัตถุในกระจกนั้น เพราะแสงจากวัตถุไปตกกระทบพื้นผิวกระจกเงาระนาบแล้วสะท้อนมาเข้าตาเรา
ดังนั้นเราสามารถเขียนหนังสือลงในกระดาษได้โดยการมองผ่านกระจก


อุปกรณ์
1. กระดาษ
2. ปากกา
3. กระจกเงา


วิธีทดลอง
     ยืนหน้ากระจกแล้วถือกระดาษไว้ข้างหลังจากนั้นมองภาพของกระดาษที่เกิดขึ้นในกระจกแล้วเขียนลงบนกระดาษโดยมองในกระจก

ของเล่นพลังยาง (028)

เครื่องบินพลังงานยาง

        หลักพื้นฐานของการบิน

             แรงที่กระทำต่อเครื่องบินเครื่องบิน บินอยู่ในอากาศได้ เพราะมีแรงที่กระทำต่อเครื่องบินอยู่ 4 แรง แรงทั้ง 4 นี้ จะกระทำตลอดเวลา ขณะที่เครื่องบินกำลังบินอยู่ในอากาศ  แรงทั้ง 4  คือ 
  1. แรงยก ( Lift )
  2. แรงดึงดูดของโลก ( Gravity force or Weight )
  3. แรงขับไปข้างหน้า (Thrust )
  4. แรงต้านทาน หรือแรงฉุด (Drag )

         อุปกรณ์

           1. ปีกโฟมสำเร็จรูป มีอยู่ 4 ปีก คือ ปีกยกตัว 2 ชิ้น และ ปีกหางอีก 2 ชิ้น
               ใบพัดประกอบเสร็จ 
           2. ตะขอพาสติก 
           3. แผ่นพาสติกใส
           4. ไม้บันซา           5. ยางเส้น           6. กาว

วิธีดำเนินการทดลอง

1 .นำปีกหางติดกับฐานรองปีกหาง โดยต้องวัดให้ตรงกลางปีก takeoff และติดปีก landing ให้ทำมุมฉากกับปีก       อันแรก2. ติดปีกยกตัว เข้ากับฐานรองปีก และประกบทำอีกทีด้วยแผ่นพาสติกใส3. วัดจุดศูนย์ถ่วงของเครื่องโดย ใส่ใบพัด และ ตะขอพาสติก เข้ากับไม้ โดยให้ห่างกันพอประมาณ 4. ตัดยางเส้นให้ยาวพอประมาณ และมัดให้มันเป็นวงกลม และติดเข้ากับใบพัดกับตะขอ5. เอาเครื่องบินวางไว้บนนิ้วหรือไม้บรรทัด โดยให้สามาวางไว้ได้ 6.ถอดอุปกรณ์์ทุกสิ่งออกจากไม้ และใส่ปีกยกตัว ต่อไปก็ ติดตะขอพาสติก ปีกหาง ใบพัด และยาง

สร้างควัน โดยไม่มีไฟ (028)





สร้างควัน โดยไม่มีไฟ


หลักการ

      
      เกิดควันได้ เพราะสารประกอบที่อยู่ข้งกลักไม้ขีดดังกล่าว มีสารฟอสฟอรัสแดงอยู่ที่มีคุณสมบัติ สมารถติดไฟได้ที่อุณภูมิต่ำ เมื่อเผากระดาที่มีสารนี้อยู่ก็จะหลุดมาอยู่ที่ผิวแก้ว ในการถูนิ้วมือที่สารนี้จะเกิดควมร้อนพออุ่น ก่อให้เกิดควันเป็นสัญญาณการเกิดออกซิเจนขึ้นสู่อากาศ 


อุปกรณ์
    1.   ไม้ขีด 1 กลัก

    2.    แก้วน้ำ 1 ใบ



วิธีเล่น
             ฉีกกระดาษที่เคลือบสารบางอย่างสำหรับจุดไม้ขีดไฟให้ติดไฟ โดยลอกให้บางที่สุด แล้วนำไปใส่แก้ว และจุดไฟให้ติดหมดในแก้ว จะเห็นสารสีเหลืองออกสีน้ำตาลติดอยู่ที่แก้ว ใช้นิ้วปาดให้สารดังกล่าวติดที่นิ้วชี้ และเมื่อขยี้ถูกกับนิ้วหัวแม่มือก็จะเกิดควันไฟม้วนตัวขึ้นมา ยิ่งถูกก็ยิ่งเกิดควันมกขึ้น 

Tuesday, May 17, 2016

โครงงานเรื่องเครื่องบินพลังงานยาง 011,028

โครงงาน เครื่องบินพลังงานยาง
ผู้จัดทำ
            1.นายณัฐวุฒิ                        รุ่งสง                      รหัสนักศึกษา       5681107011
                2.นายอับดลวาหาบ             สตันหน็อด           รหัสนักศึกษา       5681107028
สมมุติฐาน
                เครื่องบินพลังยางที่ผลิตจากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วสามารถบินได้ตามหลักวิทยาศาสตร์
ที่มาและความสำคัญ
ในปัจจุบันมีของเล่นมากมายหลายชนิดที่ต่างมีความหลากหลายในการเล่นและแตกต่างทางลักษณะการเล่นแต่ของเล่นบางชนิดก็มีทั้งคุณและโทษและทำให้เสียเงินในการใช้จ่ายซื้อของเล่นเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ควรหาของเล่นที่มีประโยชน์แล้วประดิษฐ์ด้วยตนเองโดยใช้วัสดุเหลือใช้ภายใช้ภายในบ้านและให้ความรู้ทางวิชาวิทยาศาสตร์ในเรื่องหลักของการบิน
จุดมุ่งหมายการศึกษา
เพื่อศึกษาเกี่ยวกับหลักการการบินของเครื่องบิน เช่นการบินนาน,การบินไกล
เพื่อใช้วัสดุภายในบ้านที่ไม่ใช้แล้วให้เกิดประโยชน์
เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ประโยชน์ที่คิดว่าจะได้รับ
ได้เครื่องบินพลังยางที่สามารถบินได้จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วภายในบ้านทำให้ได้ของเล่นที่ประหยัดและได้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
อุปกรณ์
1.ปีกโฟมสำเร็จรูป มีอยู่ 4 ปีก คือ ปีกยกตัว 2 ชิ้น และ ปีกหางอีก 2 ชิ้น
2.ใบพัดประกอบเสร็จ 
3.ตะขอพาสติก 
4.แผ่นพาสติกใส
5.ไม้บันซา
6.ยางเส้น
7.กาว
วิธีดำเนินการทดลอง
1 .นำปีกหางติดกับฐานรองปีกหาง โดยต้องวัดให้ตรงกลางปีก takeoff และติดปีก landing ให้ทำมุมฉากกับปีกอันแรก
2.ติดปีกยกตัว เข้ากับฐานรองปีก และประกบทำอีกทีด้วยแผ่นพลาสติกใส
3.วัดจุดศูนย์ถ่วงของเครื่องโดย ใส่ใบพัด และ ตะขอพลาสติก เข้ากับไม้ โดยให้ห่างกัน
พอประมาณ 
4.ตัดยางเส้นให้ยาวพอประมาณ และมัดให้มันเป็นวงกลม และติดเข้ากับใบพัดกับตะขอ
5.เอาเครื่องบินวางไว้บนนิ้วหรือไม้บรรทัด โดยให้สามาวางไว้ได้ 
6.ถอดอุปกรณ์ทุกสิ่งออกจากไม้ และใส่ปีกยกตัว ต่อไปก็ ติดตะขอพาสติก ปีกหาง ใบพัด และยาง
ผลการทดลอง
ได้เครื่องบินพลังยางที่ใช้โดยใช้พลังงานศํักย์ยืดหยุ่นจากยางทำให้ใบพัดหมุนและเกิดแรงขับเคลื่อนทำให้เครื่องบิน บินไปข้างหน้าได้
หลักการ
หลักพื้นฐานของการบิน
             แรงที่กระทำต่อเครื่องบิน
เครื่องบิน บินอยู่ในอากาศได้ เพราะมีแรงที่กระทำต่อเครื่องบินอยู่ 4 แรง
แรงทั้ง 4 นี้ จะกระทำตลอดเวลา ขณะที่เครื่องบินกำลังบินอยู่ในอากาศ  แรงทั้ง 4  คือ
1. แรงยก ( Lift )
2. แรงดึงดูดของโลก ( Gravity force or Weight )
3. แรงขับไปข้างหน้า (Thrust )
4. แรงต้านทาน หรือแรงฉุด (Drag )
แรงยก และแรงต้าน (Lift and Drag ) ถือว่าเป็นแรงที่เกิดจาก aerodynamics เพราะว่าแรงนี้ เกิดจากการเคลื่อนที่ ของเครื่องบิน ผ่านอากาศ
แรงยก (Lift )
 เกิดขึ้นโดย ความกดอากาศต่ำ ที่เกิดขึ้นที่พื้นผิว ด้านบน ของปีก เมื่อเปรียบเทียบกับความกดอากาศที่พื้นผิวด้านล่างของปีกเครื่องบิน หรือพูดอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ แรงที่เกิดขึ้นบนพื้นผิว ด้านบนของปีก น้อยกว่าแรงที่เกิดขึ้น ที่พื้นผิว ของปีกด้านล่าง ตามหลักของเบอร์นูลลี่ ทำให้เกิดแรงยกขึ้นข้างบน ที่ปีกของเครื่องบิน
ลักษณะรูปร่างของปีกเครื่องบิน ถูกออกแบบมา ให้อากาศ ที่พัดไหลผ่านด้านบนของปีก จะมีระยะทางที่อากาศต้องเดินทางมากกว่า จึงทำให้ต้องไหลผ่านเร็วกว่าด้านล่าง ทำให้เกิดความกดอากาศต่ำ ( ดูรูปประกอบ ) ดังนั้น จึงทำให้ ปีกถูกยกขึ้น แรงยกก็คือ แรงที่อยู่ ตรงข้าม กับน้ำหนัก หรือ แรงดึงดูดของโลก
1) รูปร่างของ airfoil
2) มุมที่ปีก กระทำต่อ Relative Wind
3) พื้นที่ผิวที่อากาศไหลผ่าน
4) กำลังสอง ของความเร็วลม ( นำไปหา dynamic pressure)
5) ความหนาแน่นของอากาศ
สมการสำหรับ คำนวน หาแรงยก 
น้ำหนัก (Weight )
เกิดจากแรงดึงดูดของโลก แรงนี้ กด หรือดึงเครื่องบินลงมายังโลก เราถือว่ากระทำที่จุดศูนย์กลางของแรง หรือ CG ของเครื่องบิน
แรงขับเคลื่อน (Thrust )
 คือ แรงที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้า จะเป็น แรง ผลัก หรือ แรงฉุด ที่ เกิดจากเครื่องยนต์ ของเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ลูกสูบ, เครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ท หรือเทอร์โบแฟน ,แรงดูดของใบพัด
 สมการคำนวณหาแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้า
แรงต้าน ( Drag )
 เป็นแรง ที่กระทำตรงข้าม กับแรงที่ขับเคลื่อน เครื่องบิน ไปข้างหน้า โดยเฉพาะเป็นแรงที่ต่อต้าน การเคลื่อนที่ของวัตถุในอากาศ มีทิศทางขนานกับวัตถุที่เคลื่อนที่ นี่ก็คือ แรงเสียดทาน องอากาศ ที่ผ่านส่วนต่างๆ ของเครื่องบิน. แรงต้านเกิดจากการกระทบของอากาศ การเสียดทานของพื้นผิวเครื่องบิน และ แรงดูด เนื่องจาก อากาศแทนที่
สมการคำนวนหา แรงต้าน
 


 สรุปและอภิปรายผลการทดลอง
เครื่องบินพลังยางสามารถบินได้จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วภายในบ้านและยังสามารถผลิตเป็นของเล่นขายได้อีกด้วย





Tuesday, April 26, 2016

จรวดขวดน้ำ028


จรวดขวดน้ำ





หลักการทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับจรวด
     
           การเคลื่อนที่ของจรวดพลังน้ำ สามารถอธิบายได้ด้วย กฏการเคลื่อนที่ข้อที่สามของนิวตั้น (Newton's Third Law of Motion) ซึ่งอธิบายไว้ว่า ในธรรมชาติเมื่อมีการกระทำ(หรือแรง)ใดๆ ต่อวัตถุอันหนึ่ง จะปรากฏแรงที่มีขนาดเท่ากันแต่มีทิศทางที่ตรงกันข้าม กระทำกลับต่อแรงนั้นๆ (For every action (force) in nature there is an equal and opposite reaction.) ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ให้เด็กคนหนึ่งยืนถือก้อนหินอยู่บนรถเข็นที่ล้อไม่มีความฝืด เมื่อให้เด็กทุ่มก้อนหินออกมา พบว่ารถเข็นจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ตรงข้ามกันกับทิศที่เด็กคนนั้นทุ่มก้อนหินออกมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเมื่อเด็กออกแรงกระทำต่อก้อนหิน (โดยการทุ่มมันออกมา) ก้อนหินเองก็มีแรงกระทำตอบกลับไปยังเด็ก ซึ่งส่งผลให้รถเข็นที่จอดนิ่งอยู่เฉยๆ เคลื่อนที่ได้ จากกฏการเคลื่อนที่ข้อที่ 3 ของนิวตั้น สามารถนำมาอธิบายถึงสาเหตุที่จรวดพลังน้ำสามารถขับเคลื่อนขึ้นไปได้ ด้วยแรงดันลมที่ถูกบรรจุอยู่ภายในขวด จะขับดันน้ำ พ่นออกทางท้ายของจรวด และส่งผลให้เกิดมีแรงในทิศตรงกันข้ามซึ่งถูกเรียกว่า แรงผลัก หรือ Thrusting Force ผลักดันให้จรวดเคลื่อนที่ไปทางด้านหน้าเช่นกัน นอกจาก thrust แล้ว ยังมีแรงอื่นๆ ที่มีส่วนสำคัญในการเคลื่อนที่ไป หรือต่อต้านการเคลื่อนที่ของจรวดอีก ซึ่งได้แก่ น้ำหนัก (Weight), แรงต้าน (Drag ), และ แรงยก (Lift ) น้ำหนัก (Weight) คือแรงเนื่องจากสนามความโน้มถ่วงของโลกที่กระทำต่อวัตถุ โดยทั่วไปในาการศึกษาเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ เราจะพิจารณาถึง น้ำหนักรวมของวัตถุ (Total weight) ซึ่งเป็นแรงจากสนามความโน้มถ่วงที่กระทำ ณ ตำแหน่ง จุดศูนย์กลางมวล (Center of Gravity) แรงต้าน (Drag) คือ แรงที่ขัดขวางการเคลื่อนที่ของวัตถุ ผ่านในตัวกลางที่เป็นของเหลว (รวมถึงอากาศ) มีทิศในทางตรงกันข้ามกับทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ แรงต้านนี้เกิดเนื่องจากความแตกต่างของความเร็วที่ผิวสัมผัสของของแข็ง ในระหว่างที่มันเคลื่อนตัวผ่านไปในของเหลว ดังนั้นทุกๆส่วนของวัตถุจึงมีผลในการก่อให้เกิดแรงด้านนี้ ดังนั้นในการออกแบบจรวด หรืออากาศยานใดๆ จำเป็นต้องพิจารณาถึงรูปร่างของวัตถุนั้นด้วย แรงยก (Lift) เป็นแรงที่ทำหน้าที่พยุงอากาศยานให้ลอยได้ในอากาศ แรงยกโดยทั่วไปจะเกิดที่ส่วนของปีก และแพนหาง ที่มีการเคลื่อนที่ และรบกวนในการไหลของอากาศ ให้มีการเบี่ยงเบนทิศทาง ดังนั้นถ้าไม่มีการเคลื่อนที่ก็ไม่เกิดแรงยกขึ้น

การยิง....ปั๊มๆ
       อากาศจะถูกอัดเข้าไปในจรวด โดยใช้สูบจักรยาน (หรือ อุปกรณ์อื่นๆ) สูบบางรุ่น จะมี มาตรวัดความดัน ทำให้ทราบถึงความดันภายในจรวด (โดยประมาณ) เพิ่มความปลอดภัยในการเล่นได้อีกระดับหนึ่ง ผู้เล่นควรระมัดระวังเรื่องแรงดันอากาศ เนื่องจากอาจเกิดการระเบิดขึ้นได้ ในกรณีที่แรงดันในขวดสูงเกินกว่าที่ขวดจะรับได้ ทางป้องกันอย่างหนึ่ง คือการใช้สายอัดอากาศที่ยาวพอประมาณ เพื่อเพิ่มระยะระหว่างผู้สูบ กับจรวด
เมื่อมีการปล่อยน้ำในขวด จะถูกแรงดันอากาศ ขับออกมาทางปากขวดอย่างรวดเร็ว ทำให้จรวดพุ่งไปในทิศทางตรงข้าม การใส่น้ำในขวดมาก จะทำให้จรวดมีน้ำหนักมาก แต่ก็จะทำให้จรวดมีแรงขับดันมากขึ้นด้วย (เนื่องจากจรวด จะมีการปล่อยมวลออกมาได้มาก) การเคลื่อนที่ของจรวดจากฐานยิง จะเป็นไปอย่างช้าๆ ในทางตรงกันข้าม การใส่น้ำในขวดในปริมาณน้อย จะทำให้จรวดมีน้ำหนักน้อย แต่มวลของน้ำที่น้อย จะให้แรงขับดันได้น้อย เมื่อถูกปล่อยจากฐาน จรวดจะวิ่งออกจากฐานอย่างรวดเร็ว



การประดิษฐ์ จรวดขวดน้ำ

           การเตรียมขวด จรวดขวดน้ำ
                          ขวดที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นขวดน้ำอัดลม เล็กหรือใหญ่ก็ได้  เลือกแบบตามชอบ แต่ดูเหมือนขวดแฟนต้า                        จะมีรูปร่างคล้ายจรวดมากกว่าใคร 

           การเป่าขวด จรวดขวดน้ำ      
                          
ส่วนใหญ่จะเป่าที่ก้นขวด เพื่อให้มีปริมาตรมากขึ้น และมีรูปทรงตามต้องการ 

           ปากขวดของ จรวดขวดน้ำ                          โดยทั่วไปจะคงไว้ตามเดิม แต่กรณีที่มีปัญหา เช่น ใส่ขวดไม่เข้าเพราะปาก จรวดขวดน้ำ เล็กไปหน่อย                        หรือโอริงโตกว่านิดหน่อย การแก้ไขในกรณีนี้ เราก็ขยายปากขวด จรวดขวดน้ำ ให้กว้างขึ้นนิดหน่อย ก็เป็นอัน                        เรียบร้อย 

           หัวจรวดของ จรวดขวดน้ำ                           หัวจรวดของ จรวดขวดน้ำ เราทำได้หลายแบบ หัวทู่ หัวกลม หัวแหลม ก็ว่ากันไป ขึ้นอยู่กับการ                                ทดลองว่าแบบไหนจะเห็นผลมากกว่ากัน แบบนี้ต้องทดลอง

           หางจรวดของ จรวดขวดน้ำ     
                          
บางทีเรียกปีก ฝรั่งเรียก ฟิน รูปแบบที่ใช้ก็มีหลากหลายรูปแบบ ในทางการหน่อย ถ้ามีพื้นที่มากจะมี                          แรงต้านมากตามไปด้วยต้องทดลอง และวิเคราะห์ดูว่าขนาดและแบบไหนจะดีที่สุด

           ลำตัวของ  จรวดขวดน้ำ                           ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็ใช้ขนาดที่มากับขวด แต่อยากแต่งซิ่งก็ต้องเป่ากันหน่อย 

           การต่อขวด จรวดขวดน้ำ
      
                         นำขวดมา 2 ใบ ทำให้ใบหนึ่งใหญ่กว่าอีกใบหนึ่งเล็กน้อย พยายามที่จะให้อีกใบหนึ่งสวมเข้าไปได้ ตรง                        รอยต่อให้ขัดกระดาษทราย เพื่อจะได้ติดแน่นเวลาใส่กาว 




รินน้ำด้วยเชือก 028


รินน้ำด้วยเชือก



หลักการรินน้ำด้วยเชือกโดยน้ำไม่หยดลงบนโต๊ะ

   การที่น้ำไม่หยดลงบนโต๊ะนั้นเกิดจากแรงที่กระทำด้วยกันสองแรงดังนี้

       1 แรงที่เกิดจากแรงยึดเหนี่ยวระหว่างน้ำกับเส้นเชือก
       2 แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของน้ำที่มีต่อกัน

อุปกรณ์การทดลอง

       1 ขวดใส่น้ำ
       2 เส้นเชือก(ที่ผลิตจากเส้นได้)
       3  ขวดเปล่า 1 ขวด

วิธีการทดลอง

       1 ใส่น้ำในขวด
       2 นำเส้นเชือกใส่ลงในขวดที่มีน้ำ
       3 รินน้ำในขวดจากขวดที่มีน้ำลงสู่ขวดเปล่าโดยผ่านเส้นเชือก


บูมเมอแรง 028


หลักการบูมเมอแรง

หลักการ

       บูมเมอแรงเป็นหลักเดียวกับที่ทำให้เครื่องบินบินได้ คือ ด้านบนปีกทั้งสองข้างหนา ส่วนด้านล่างแบนราบ  อากาศที่ผ่านตรงส่วนที่หนาจะเดินทางได้ไกลและเร็วกว่า ความกดอากาศจึงน้อยกว่าด้านล่างซึ่งบางกว่า  ดังนั้นความกดที่สูงกว่าจึงยกบูมเมอแรงให้ลอย ส่วนการหมุนกลับมายังผู้ขว้างนั้น  อยู่ที่เทคนิคในขณะขว้าง  ผู้ขว้างจะต้องบิดข้อมือให้ได้จังหวะเพื่อให้บูมเมอแรงหมุนติ้ว แล้ววกกลับมายังที่เดิมคนที่ขว้างบูมเมอแรงเก่ง ๆ สามารถขว้างให้มันหมุนติ้วตีวงถึงสี่ห้าวงกลางอากาศ ก่อนจะวกกลับมาสู่มือเจ้าของอีกครั้ง

วัสดุ-อุปกรณ์

      1. กระดาษกล่องใส่ของ
      2. กรรไกร
      3. ไม้บรรทัด
      4. ดินสอ
      5. สก็อตเทปผ้า

วิธีการทำ

     1. วัดกระดาษขนาดกว้าง 4.5 cm ยาว 20.5 cm
     2. ตัดตามที่วัดไว้
     3. นำสก็อตเทปผ้ามาพันที่ตรงกลางเพื่อให้กระดาษติดกันและมีความหนาต่างกัน
     4. นำไปร่อนได้

วิธีการปาบูมเมอแรง

      1.จับตรงปลายบูมเมอแรงให้มากที่สุดเพื่อให้น้ำหนักของบูมเมอแรงไปข้างหลัง
      2.ให้ยกขึ้นเหนือไหล่ ให้ตัวบูมเมอแรงอยู่ในแนวตั้ง อย่าออกด้านข้างของตัวเรา เพราะจะทำให้บูมเมอแรงอยู่ในแนวนอน                ตามหลักการบูมเมอแรงคือเมื่อปาไปแล้ว มันจะสร้างแรงยกในด้านข้างเพื่อให้มีแรงส่ง วนกลับมาหาเรา
      3.ปาไปข้างหน้าโดยโดยให้พุ่งขึ้นทำมุมกับแนวระดับ 5 องศาและสบัดข้อมือเล็กน้อยเพื่อให้มันหมุน มันจะกลับมาอย่าง                  สวยงามหากเราปาให้มันหมุนรอบจัด ถ้าเราปาไม่หมุนมันจะไม่วนกลับมา เพราะการหมุนมันจะสร้างแรงยก
      4.เวลาเราจะต้องดูทิศทางลม เราต้องปาสวนลม แต่หากไม่มีลมเลยจะดีมากปาทางไหนก็ได้


Cartesian Dive 028

 นักประดาน้ำในขวด  Cartesian Dive



 อุปกรณ์

1 ฝาปากกา  2 ดินน้ำมัน  3 ขวดพลาสติกใสพร้อมฝาปิด 

วิธีการทดลอง
   1. เตรียมฝาปากกา1อัน 
   2.นำดินน้ำมันมาถ่วงไว้ที่ปลายของก้านฝาปากกา(หากด้านบนของฝาปากกามีรูรั่วก็ให้         ปิดรูรั่วด้วยดินน้ำมัน) 
   3.ในการถ่วงด้วยดินน้ำมัน(เพิ่มหรือลดดินน้ำมันให้หลอดลอยปริ่มน้ำ เอาฝาปากกาใส่           ขวดน้ำและปิดฝาให้แน่น 
   4.ค่อยๆบีบและค่อยๆปล่อยสังเกตฝาปากกาที่อยู่ในขวด
     ผลการทดลอง เมื่อบีบขวดจะทำให้นักดำน้ำจมลง และเมื่อปล่อยมือจะทำให้นักดำน้ำ        ลอยขึ้น 

หลักการ

    เมื่อเราบีบขวดพลาสติกน้ำจะถูกดันเข้าไปอัดอากาศที่อยู่ในปลอกปากกา ทำให้นักดำน้ำมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำ ดังนั้นนักดำน้ำจึงจม เมื่อปล่อยมือ ขวดพลาสติกจะขยายตัวออก อากาศที่อยู่ในหลอดจะขยายตัวทำให้นักดำน้ำมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ ดังองนั้นมันจะลอยขึ้นสู่ผิวน้ำอีกครั้งหนึ่ง การนำไปใช้ การทดลองดังกล่าวใช้หลักการเช่นเดียวกับการสร้างเรือดำน้ำ

วิธีเล่น
    บีบตรงบริเวณตรงกลางขวดแล้วจะเห็นนักประดาน้ำดำน้ำลงมาก้นขวด และถ้าต้องการให้นักประดาน้ำขึ้นบนผิวน้ำให้คลายมือออก

Wednesday, March 30, 2016

หลักการของเล่นพื้นบ้านทางฟิสิกส์ 028

กังหันลูกยาง  
  กังหันลูกยาง ที่มีส่วนประกอบของกระบอกจับ ที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่หรือเมล็ดของต้นไม้ขนาดใหญ่ เจาะรูตรงกลางเพื่อใส่ใบพัด และเจาะรูด้านข้างเพื่อใส่เชือกให้ผูกติดกับแกนของใบพัด และส่วนของใบพัดที่ทำจากไม้ไผ่เหลาให้แบนและยึดติดกับแกนกลาง เวลาจะเล่นให้ดึงเชือกตรงแกนกลางของใบพัด จะทำให้ใบพัดหมุนไปข้างหน้า แล้วใบพัดก็จะหมุนกลับมาเองเพราะความเฉื่อย แต่ถ้ามีการดึงอย่างต่อเนื่องกังหันก็จะหมุนไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับใบพัดของเครื่องบินของเล่นแบบนี้จะใช้หลักการ เกี่ยวกับความเฉื่อย โดยความเฉื่อย คือ การรักษาสภาพความสมดุลของวัตถุ อย่างเมื่อมีแรงดึงเท่าไรก็จะมีแรงดึงกลับเท่านั้น มีอยู่ในวัตถุไม่ว่าจะหยุดหรือเคลื่อนที่ เมื่อวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเฉื่อยจะรักษาการเคลื่อนที่ให้คงที่ อาทิเมื่อวัตถุหมุน ความเฉื่อยจะช่วยให้หมุนไปอย่างต่อเนื่อง
     

ลูกหวือ
ลูกหวือจะใช้หลักการ เกี่ยวกับความเฉื่อย โดยความเฉื่อย คือ การรักษาสภาพความสมดุลของวัตถุ อย่างเมื่อมีแรงดึงเท่าไรก็จะมีแรงดึงกลับเท่านั้น มีอยู่ในวัตถุไม่ว่าจะหยุดหรือเคลื่อนที่ เมื่อวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเฉื่อยจะรักษาการเคลื่อนที่ให้คงที่ อาทิเมื่อวัตถุหมุน ความเฉื่อยจะช่วยให้หมุนไปอย่างต่อเนื่อง


ฉับโผง
การเล่นจะใช้ลูกกระสุน   ที่มีขนาดใหญ่กว่ารูไม้ไผ่  อัดใส่รูกระบอกไม้ไผ่นั้น แล้วใช้แกนดันไปให้สุดปลาย ส่วนนี้ชาวบ้าน เพื่อกันลมไม่ให้ออกไปเมื่อเวลาจะใช้ฉับโผงยิงทำให้เกิดเสียงดังนั้น จะใช้ลูกกระสุนอีกลูกหนึ่งยัดไปที่รูปากกระบอก ลูกกระสุนยังจะต้องใหญ่กว่ารู ใช้แกนไม้ส่วนด้ามดันหรือกระแทกลูกกระสุนไปที่ปลายกระบอกฉับโผงอย่างแรงและรวดเร็วแรงอัดของอากาศจะระเบิดทำให้เกิดเสียงดัง ลูกปืนส่วนแรกก็จะพุ่งออกไปทางลำกล้อง เพราะแรงอัดของอากาศหากลูกกระสุนถูกตัวคนจะเกิดอาการเจ็บปวดได้  และกระสุนที่ใช้คือ กระดาษแช่น้ำ ปั้นเป็นลูกกลมๆอัดใส่รูให้แน่นยิงเสียงดังได้เหมือนกันเวลาถูกตัวในระยะที่ยิงใส่กัน จะไม่ค่อยเจ็บเหมือถูกลูกกระสุนอื่น